ระวัง! เช็กแต่ LDL แล้วคิดว่าไขมันในเลือดไม่มีปัญหา
คุณอาจกำลังมองข้ามอีกหนึ่งค่าที่สำคัญ
เวลาตรวจสุขภาพ หลายคนมักสนใจว่า LDL หรือไขมันที่เรียกกันว่าไขมันเลวสูงหรือไม่
แต่จริงๆ แล้ว ยังมีอีกค่าที่ควรดูควบคู่กัน นั่นคือ ไตรกลีเซอไรด์ หรือ Triglycerides
เพราะหากสูงต่อเนื่อง
ก็สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายด้านเช่นกัน
ไตรกลีเซอไรด์คืออะไร..?
ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ในเลือด
ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานและเก็บสะสมไว้ใช้ในภายหลัง
เมื่อเรากินอาหารแล้วได้รับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายต้องการ
โดยเฉพาะน้ำตาล แป้งขัดสี เครื่องดื่มหวาน หรือแอลกอฮอล์
พลังงานส่วนเกินบางส่วนสามารถถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์และสะสมในเซลล์ไขมันได้
แล้วต่างจาก LDL อย่างไร..?
LDL เป็นอนุภาคที่ทำหน้าที่ขนส่งคอเลสเตอรอลไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ
หากมี LDL โดยเฉพาะอนุภาคที่ก่อหลอดเลือดมากเกินไป
จะเพิ่มโอกาสเกิดคราบไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด
ส่วนไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่เกี่ยวข้องกับการเก็บและขนส่งพลังงาน
จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกับ LDL และค่าใดค่าหนึ่งปกติ
ก็ไม่ได้แปลว่าอีกค่าจะต้องปกติตามไปด้วย
ทำไมไตรกลีเซอไรด์สูงจึงไม่ควรมองข้าม..?
ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมักพบร่วมกับภาวะอ้วนลงพุง
ดื้อต่ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันพอกตับ และ HDL ต่ำ
นอกจากนี้ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดร่วมกับข้อมูลอื่นๆ
ที่สำคัญ หากไตรกลีเซอไรด์สูงมาก โดยเฉพาะตั้งแต่ประมาณ 500 mg/dL ขึ้นไป ความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบจะเพิ่มขึ้น และยิ่งสูงมาก
ความเสี่ยงยิ่งน่ากังวล
ไม่ได้กินของมัน ทำไมไตรกลีเซอไรด์ยังสูง..?
นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด
เพราะไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้ขึ้นจากอาหารมันเพียงอย่างเดียว
การกินน้ำตาลและแป้งขัดสีมากเกินไป เช่น น้ำหวาน ชานม ขนม
เบเกอรี่ หรือการได้รับพลังงานเกินความต้องการ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักเกิน
และการเคลื่อนไหวน้อย ล้วนมีส่วนทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้
ตัวเลขเท่าไรถึงควรใส่ใจ..?
โดยทั่วไป สำหรับการตรวจหลังอดอาหาร ค่าไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่า
150
mg/dL ถือว่าอยู่ในช่วงปกติ ส่วน 150–199 mg/dL เริ่มสูง 200–499 mg/dL ถือว่าสูง และตั้งแต่ 500
mg/dL ขึ้นไปถือว่าสูงมาก
อย่างไรก็ตาม การแปลผลควรดูร่วมกับ LDL, HDL, Total
Cholesterol รวมถึงระดับน้ำตาล ความดัน รอบเอว โรคประจำตัว
และความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดของแต่ละคน
ลดไตรกลีเซอไรด์ เริ่มได้จากชีวิตประจำวัน
เน้นลดเครื่องดื่มหวาน น้ำตาลเติมเพิ่ม และแป้งขัดสี
เลือกอาหารที่มีกากใยมากขึ้น ควบคุมปริมาณอาหาร ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหากมีน้ำหนักเกิน
การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ดีขึ้นได้
ไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ
งาดำมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินอี และสารกลุ่มลิกแนน เช่น
เซซามิน ซึ่งมีการศึกษาถึงบทบาทต่อกระบวนการต้านอนุมูลอิสระและการเผาผลาญไขมัน
จึงสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบอาหารที่สมดุลได้
หากตรวจพบไตรกลีเซอไรด์สูงมาก หรือมีโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ หรือกำลังใช้ยาลดไขมัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนดูแลให้เหมาะกับแต่ละคน
=====================================
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
