Matina Black Sesame

ระยะของไขมันพอกตับ ที่ควรสังเกตุ

ระยะของไขมันพอกตับ ที่ควรสังเกตุ

ไขมันพอกตับ อาจเดินหน้าไปไกลกว่าที่คิด เพราะระยะแรกแทบไม่มีอาการเตือน!

หลายคนคิดว่า ถ้าตับมีปัญหา ต้องปวด ต้องตัวเหลือง หรือตรวจค่าตับแล้วผิดปกติชัดเจน แต่ความจริง ไขมันพอกตับมักเป็นโรคเงียบ ระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย และบางคนยังไม่มีอาการชัดแม้โรคพัฒนาไปมากแล้ว

  • ไขมันเริ่มสะสมในตับ
เป็นช่วงที่มีไขมันสะสมในเซลล์ตับ แต่ยังอาจมีการอักเสบหรือความเสียหายของตับเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
สิ่งที่น่ากังวลคือ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว เพราะอาจกินได้ นอนได้ และใช้ชีวิตตามปกติ บางรายอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย หรือไม่สบายบริเวณชายโครงขวา แต่ก็ไม่ใช่อาการเฉพาะของไขมันพอกตับ
  • เมื่อไขมันมาพร้อมการอักเสบของตับ
หากมีไขมันสะสมร่วมกับการอักเสบและการบาดเจ็บของเซลล์ตับ ภาวะนี้เรียกว่า MASH ซึ่งเป็นชื่อปัจจุบันของภาวะที่เดิมเรียกว่า NASH
ระยะนี้สำคัญ เพราะการอักเสบที่ดำเนินต่อเนื่องสามารถนำไปสู่การสร้างพังผืดในตับได้ แต่ผู้ป่วยก็ยังอาจไม่มีอาการชัดเจนเช่นเดิม
  • เริ่มเกิดพังผืดในตับ
เมื่อเซลล์ตับถูกทำรายซ้ำๆ ร่างกายจะพยายามซ่อมแซม จนเกิดเนื้อเยื่อพังผืดหรือ Fibrosis แทรกอยู่ในตับ
ในทางพยาธิวิทยา พังผืดสามารถแบ่งความรุนแรงตั้งแต่ F0 ซึ่งยังไม่มีพังผืด ไปจนถึง F4 ซึ่งเป็นตับแข็ง ยิ่งมีพังผืดมาก โครงสร้างและการทำงานของตับก็ยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้น
  • พังผืดรุนแรง จนเข้าสู่ตับแข็ง

เมื่อตับเกิดพังผืดจำนวนมาก เนื้อเยื่อตับปกติจะถูกแทนที่ด้วยแผลเป็น ทำให้ตับแข็งและทำงานได้ลดลง
ที่สำคัญคือ แม้เข้าสู่ตับแข็งระยะแรก บางคนก็ยังไม่มีอาการเด่น จนกระทั่งตับได้รับความเสียหายมากขึ้น จึงเริ่มเกิดอาการต่างๆ

สัญญาณที่ไม่ควรรอ

หากเริ่มมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ท้องโตจากน้ำในช่องท้อง ขาหรือข้อเท้าบวม ช้ำหรือเลือดออกง่าย สับสน ความจำหรือพฤติกรรมเปลี่ยน รวมถึงอาเจียนเป็นเลือดหรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจสัมพันธ์กับโรคตับระยะรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนของตับแข็ง

ไม่มีอาการ ก็ไม่ได้แปลว่าตับปกติ

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดของไขมันพอกตับ เพราะเราไม่สามารถดูจากอาการเพียงอย่างเดียวแล้วบอกได้ว่าอยู่ระยะไหน

แพทย์อาจประเมินจากประวัติ น้ำหนัก รอบเอว โรคประจำตัว ตรวจเลือด เช่น ALT และ AST รวมถึงคำนวณคะแนนอย่าง FIB-4 และอาจตรวจอัลตราซาวด์หรือ Elastography เช่น FibroScan เพื่อประเมินพังผืดตามความเหมาะสม

ใครบ้างที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ..?

คนที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะดื้ออินซูลิน ไตรกลีเซอไรด์สูงหรือระดับคอเลสเตอรอลผิดปกติ รวมถึงผู้ที่มีภาวะเมตาบอลิก มีโอกาสพบไขมันพอกตับมากขึ้น

การดูแลตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญ

การควบคุมน้ำหนัก เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ควบคุมปริมาณอาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นหัวใจสำคัญในการดูแลภาวะไขมันพอกตับ โดยการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดไขมันในตับ และในบางคนช่วยลดการอักเสบและพังผืดได้

อย่ารอให้ตับส่งสัญญาณแรง เพราะวันที่มีอาการชัด อาจไม่ใช่ระยะเริ่มต้นแล้ว

หากมีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือเคยตรวจพบไขมันพอกตับ ควรติดตามสุขภาพตับกับแพทย์เป็นระยะ และไม่ควรซื้ออาหารเสริมหรือสมุนไพรมารักษาไขมันพอกตับด้วยตัวเอง เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจทำให้ตับเสียหายได้ 

=====================================
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
🌐 Website : https://www.matinablacksesame.com
🟦 Facebook : https://www.facebook.com/matinablacksesame99
📩 Messenger : https://m.me/matinablacksesame99
🟪 Instagram : https://www.instagram.com/matina_blacksesame
🟥 YouTube : https://www.youtube.com/channel/UCCpfkKUotviYA1F2YX2BT1A
🟩 Line : https://lin.ee/HdvTGkV
⬛️ TikTok : https://www.tiktok.com/@matinablacksesame
🟨 Lemon8 : www.lemon8-app.com/@matinablacksesame?region=th
=====================================

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า