ตับอาจกำลังถูกทำร้าย ทั้งที่คุณยังรู้สึกว่าแข็งแรงดี
ไวรัสตับอักเสบบางชนิดสามารถอยู่ในร่างกายโดยแทบไม่มีอาการ
โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีและซี หากกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง
อาจทำให้ตับเกิดการอักเสบและเสียหายต่อเนื่อง
จนนำไปสู่ตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ในระยะยาว
ไวรัสตับอักเสบ คืออะไร..?
เป็นการอักเสบของตับที่เกิดจากเชื้อไวรัส
โดยไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด เช่น A, B, C, D และ E ซึ่งมีช่องทางการติดต่อ ความรุนแรง และวิธีป้องกันแตกต่างกัน
สำหรับไวรัสตับอักเสบ A และ E มักเกี่ยวข้องกับอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ขณะที่ B และ
C มีความสำคัญในแง่ของโรคตับเรื้อรัง
โดยเฉพาะเมื่อผู้ติดเชื้อไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อและไม่ได้รับการติดตามรักษาอย่างเหมาะสม
ไวรัสตับอักเสบ B ติดต่ออย่างไร..?
ไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งบางชนิด
เช่น การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกขณะคลอด
การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่มีการป้องกัน การใช้เข็มร่วมกัน
หรือสัมผัสอุปกรณ์มีคมที่ปนเปื้อนเลือด
สิ่งสำคัญคือ
ไวรัสตับอักเสบบีมีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วไวรัสตับอักเสบ C ล่ะ..?
ไวรัสตับอักเสบซีติดต่อหลักๆ ผ่านการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ
เช่น การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเลือดร่วมกัน รวมถึงหัตถการที่ไม่ปลอดภัย
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซี แต่ข่าวดีคือ
ยาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์โดยตรงสามารถรักษาผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ให้หายได้ โดย WHO ระบุว่าสามารถรักษาหายได้มากกว่า
95% ดังนั้นการตรวจพบเร็วและเข้าสู่การรักษาจึงมีความสำคัญมาก
ทำไม..? หลายคนติดเชื้อแต่ไม่รู้ตัว
เพราะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะ B และ
C อาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก
บางคนจึงใช้ชีวิตตามปกติเป็นเวลานาน
หากมีอาการ อาจพบว่าเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้
ปวดหรือไม่สบายบริเวณท้อง ปัสสาวะสีเข้ม รวมถึงตัวเหลืองหรือตาเหลือง
แต่ไม่ควรรอให้มีอาการจึงค่อยตรวจ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน
ใครบ้าง..? ควรใส่ใจเรื่องการตรวจ
คนที่เคยมีความเสี่ยงสัมผัสเลือด
ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกับผู้อื่น เคยได้รับหัตถการด้วยอุปกรณ์ที่อาจไม่ได้มาตรฐาน
มีคู่นอนที่ติดเชื้อ หรือมีสมาชิกครอบครัวเป็นไวรัสตับอักเสบบี
ควรปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลเรื่องการตรวจคัดกรองที่เหมาะสม
หญิงตั้งครรภ์ก็ควรได้รับการตรวจไวรัสตับอักเสบบีตามระบบฝากครรภ์
เพราะมีแนวทางป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้
ป้องกันอย่างไร..? ให้ลดความเสี่ยง
ไวรัสตับอักเสบบีสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเคยได้รับวัคซีนหรือมีภูมิคุ้มกันหรือไม่
สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินได้
ส่วนไวรัสตับอักเสบซียังไม่มีวัคซีน
จึงควรเน้นลดโอกาสสัมผัสเลือด ไม่ใช้เข็ม มีดโกน
หรืออุปกรณ์ที่อาจเปื้อนเลือดร่วมกัน เลือกสถานพยาบาล ร้านสัก
หรือบริการที่ใช้อุปกรณ์สะอาดได้มาตรฐาน และมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
และอย่าลืมดูแลตับในชีวิตประจำวัน
หลีกเลี่ยงหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก
รับประทานอาหารให้สมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่ซื้อยา สมุนไพร
หรืออาหารเสริมหลายชนิดมารับประทานเพื่อรักษาโรคตับด้วยตัวเอง
โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบไวรัสตับอักเสบแล้ว
ควรพบแพทย์ตามนัดและรับการรักษาตามแนวทาง
เพราะอาหารหรืออาหารเสริมไม่สามารถใช้แทนยาต้านไวรัสหรือการรักษาทางการแพทย์ได้
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่การมีเชื้อ แต่คือการมีเชื้อโดยไม่รู้ตัว
รู้ความเสี่ยง → ตรวจให้เหมาะสม →
ป้องกันด้วยวัคซีนเมื่อมีข้อบ่งชี้ → รักษาและติดตามอย่างถูกต้อง
เพียงเท่านี้ เราก็สามารถลดโอกาสที่การติดเชื้อจะลุกลามไปสู่ปัญหาตับรุนแรงในอนาคตได้
=====================================
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
