นั่งทำงานทั้งวัน ระวังไม่ได้แค่ปวดคอ-ปวดบ่า
หลายคนคิดว่า ออฟฟิศซินโดรม เป็นแค่เรื่องของกล้ามเนื้ออักเสบ
ปวดคอ ปวดไหล่ หรือปวดหลัง แต่รู้หรือไม่ว่า...
หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาพเดิมเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด
และเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้
ออฟฟิศซินโดรม ส่งผลกับหลอดเลือดจริงไหม..?
คำตอบคือ มีความเกี่ยวข้อง
แม้ออฟฟิศซินโดรมจะไม่ได้ทำให้หลอดเลือดตีบตันโดยตรง
แต่พฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุของออฟฟิศซินโดรม
สามารถส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตได้อย่างชัดเจน
1. การนั่งนานเกินไป ทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง
เมื่อเรานั่งอยู่กับที่หลายชั่วโมง
กล้ามเนื้อขาแทบไม่ได้เคลื่อนไหว
กล้ามเนื้อบริเวณน่องมีหน้าที่ช่วยบีบส่งเลือดกลับไปยังหัวใจ
แต่เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวเพียงพอ
- เลือดอาจคั่งอยู่บริเวณขา
- ระบบไหลเวียนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- เกิดอาการขาบวม เท้าบวม หรือเหน็บชาได้ง่าย
หลายคนที่นั่งหน้าคอมวันละ 8-10 ชั่วโมง
มักเริ่มมีอาการเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว
2. กล้ามเนื้อตึงตัว อาจกดทับหลอดเลือดและเส้นประสาท
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ที่พบในออฟฟิศซินโดรม
ไม่ได้เกิดจากความเมื่อยล้าเพียงอย่างเดียว เมื่อกล้ามเนื้อตึงตัวเป็นเวลานาน
- อาจกดเบียดเส้นเลือดบางส่วน
- ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อลดลง
- ส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง
- รู้สึกหนักศีรษะ มึนงง หรือปวดหัวบ่อย
ยิ่งปล่อยไว้นาน อาการอาจยิ่งรบกวนคุณภาพชีวิตมากขึ้น
3. การนั่งนาน เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ
มีงานวิจัยจำนวนมากพบว่า คนที่นั่งติดต่อกันเป็นเวลานานทุกวัน
มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อ
- โรคความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดผิดปกติ
- โรคเบาหวาน
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
แม้จะออกกำลังกายเป็นครั้งคราว แต่หากยังนั่งนิ่งตลอดทั้งวัน
ความเสี่ยงเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่
4. เลือดไหลเวียนไม่ดี สมองก็ได้รับผลกระทบ
หลายคนที่ทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน มักมีอาการ
- สมองล้า
- คิดงานไม่ออก
- ง่วงง่าย
- สมาธิลดลง
ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ร่างกายเคลื่อนไหวน้อย
ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดและการนำออกซิเจนไปยังสมองลดประสิทธิภาพลง
วิธีลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- ลุกเดินทุก 30-60 นาที
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อระหว่างวัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ปรับโต๊ะ เก้าอี้ และหน้าจอให้เหมาะสม
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
