ทำไม..? บางคนกินนิดเดียวก็อ้วน
แต่บางคนกินเยอะกลับไม่ค่อยอ้วน
เคยสงสัยไหมว่า...
- นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน กินเมนูคล้ายกัน
- คนหนึ่งน้ำหนักขึ้นง่าย แค่เผลอกินเยอะไม่กี่วันก็รู้สึกตัวแน่นขึ้นแล้ว
- แต่อีกคนกินทั้งของหวาน ของทอด มื้อดึก น้ำหนักกลับแทบไม่ขยับ
ความจริงแล้ว
เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครกินเยอะกว่ากันเพียงอย่างเดียว
เพราะน้ำหนักตัวถูกกำหนดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่พันธุกรรม มวลกล้ามเนื้อ
การเคลื่อนไหว การนอน ฮอร์โมน
ไปจนถึงปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับและใช้ไปในแต่ละวัน
1. ระบบเผาผลาญของแต่ละคนไม่เท่ากัน
แม้ตอนที่เรานั่งเฉยๆ ร่างกายก็ยังต้องใช้พลังงาน
เพื่อให้หัวใจเต้น สมองทำงาน หายใจ และรักษาอุณหภูมิของร่างกาย
พลังงานส่วนนี้เรียกว่าอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน หรือ BMR แต่
BMR ของแต่ละคนแตกต่างกันตามอายุ เพศ ขนาดร่างกาย พันธุกรรม
และโดยเฉพาะปริมาณมวลกล้ามเนื้อ ดังนั้น คนสองคนที่กินอาหารเท่ากัน
ไม่ได้หมายความว่าจะใช้พลังงานเท่ากันเสมอไป
2. มวลกล้ามเนื้อมีผลต่อการใช้พลังงาน
คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก
มักมีการใช้พลังงานขณะพักมากกว่าคนที่มีองค์ประกอบร่างกายต่างกัน
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่การควบคุมน้ำหนักไม่ควรมองแค่ตัวเลขบนตาชั่ง
แต่ควรให้ความสำคัญกับการรักษาหรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วย
การออกกำลังกายแบบแรงต้าน เช่น เวทเทรนนิ่ง จึงมีประโยชน์ต่อการดูแลรูปร่างและสุขภาพในระยะยาว
3. การขยับตัวเล็กๆ ระหว่างวัน ต่างกันมากกว่าที่คิด
บางคนไม่ได้เข้าฟิตเนส แต่เดินทั้งวัน ลุกบ่อย ทำงานบ้าน
เดินขึ้นบันได หรือขยับตัวอยู่ตลอด ขณะที่บางคนนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์แทบทั้งวัน
กิจกรรมเล็กๆ
เหล่านี้รวมกันสามารถสร้างความแตกต่างของการใช้พลังงานในแต่ละวันได้มาก
จึงอาจทำให้คนที่ดูเหมือนไม่ได้ออกกำลังกาย กลับใช้พลังงานมากกว่าที่เราคิด
4. พันธุกรรมก็มีส่วน
พันธุกรรมสามารถมีอิทธิพลต่อความอยากอาหาร การสะสมไขมัน
การกระจายไขมัน และการใช้พลังงานของร่างกาย
บางคนจึงมีแนวโน้มน้ำหนักขึ้นง่ายกว่าคนอื่น
แต่ไม่ได้หมายความว่ามียีนอ้วนแล้วจะต้องอ้วนเสมอไป เพราะพฤติกรรมการกิน
การเคลื่อนไหว การนอน และสิ่งแวดล้อมยังมีบทบาทสำคัญมาก
5. กินน้อย ไม่ได้แปลว่าได้รับพลังงานน้อยเสมอไป
นี่เป็นจุดที่หลายคนพลาด
อาหารจานเล็กบางชนิดอาจให้พลังงานสูงกว่ามื้อใหญ่เสียอีก เช่น ของทอด เบเกอรี่
ชานม น้ำหวาน เครื่องดื่มใส่น้ำตาล หรืออาหารที่มีไขมันสูง
- เครื่องดื่มหวาน 1 แก้ว
- ขนมระหว่างวัน
- ของทอดเล็กน้อย
- กาแฟใส่น้ำตาลและครีม
เมื่อรวมตลอดทั้งวัน พลังงานส่วนเกินอาจมากกว่าที่เรารู้ตัว
ในทางกลับกัน คนที่ดูเหมือนกินเยอะ อาจกินอาหารที่มีผัก
โปรตีน และอาหารที่มีความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า ทำให้ปริมาณอาหารดูเยอะ
แต่พลังงานรวมไม่ได้สูงอย่างที่เห็น
6. นอนน้อยก็เกี่ยวกับน้ำหนักได้
การพักผ่อนไม่เพียงพอสามารถรบกวนระบบที่เกี่ยวข้องกับความหิว
ความอิ่ม และการเลือกอาหาร วันที่อดนอน หลายคนจะรู้สึกหิวง่ายขึ้น
อยากอาหารหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น และอาจมีแรงน้อยลงจนขยับตัวน้อยลงด้วย
ดังนั้น ถ้าพยายามลดน้ำหนักแต่ยังนอนวันละไม่กี่ชั่วโมง การดูแลเรื่องการนอนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
7. ฮอร์โมนและภาวะสุขภาพบางอย่างก็มีผล
ในบางคน
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นง่ายผิดปกติอาจสัมพันธ์กับภาวะทางสุขภาพหรือยาบางชนิด เช่น
ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือความผิดปกติของฮอร์โมนบางประเภท
แต่ไม่ควรสรุปจากน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว
หากน้ำหนักเพิ่มหรือลดอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับอ่อนเพลียผิดปกติ
หนาวง่าย ใจสั่น บวม หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
8. สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นสมดุลพลังงาน
ในระยะยาว หากร่างกายได้รับพลังงานมากกว่าที่ใช้
พลังงานส่วนเกินมีโอกาสถูกสะสมและทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น
แต่คำว่าใช้พลังงานของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะประกอบด้วยทั้งระบบเผาผลาญพื้นฐาน
การย่อยอาหาร การออกกำลังกาย และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่คนสองคนกินคล้ายกัน
แต่ผลลัพธ์บนตาชั่งอาจต่างกัน
เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งตัดสินตัวเองจากการเปรียบเทียบกับคนอื่น
แทนที่จะถามว่า ทำไมเขากินได้แต่เรากินไม่ได้
ลองเปลี่ยนมาโฟกัสสิ่งที่เราควบคุมได้
- เลือกอาหารให้สมดุลและได้โปรตีนเพียงพอ
- เพิ่มกิจกรรมที่ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ
- ขยับร่างกายให้มากขึ้นระหว่างวัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- นอนให้เป็นเวลาและพักผ่อนให้พอ
- ลดอาหารและเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงแต่ทำให้อิ่มน้อย
- ติดตามทั้งรอบเอว น้ำหนัก และพฤติกรรมในระยะยาว
เพราะเป้าหมายที่ดีไม่ใช่การทำให้ระบบเผาผลาญเร็วที่สุด แต่คือการสร้างพฤติกรรมที่ช่วยให้ร่างกายรักษาสมดุลได้อย่างต่อเนื่อง
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
