คุณอาจกำลังกินพลาสติกชิ้นเล็กๆ
เข้าไปทุกวัน...โดยที่มองไม่เห็น
ไม่ใช่แค่ขยะพลาสติกในทะเล
แต่อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กสามารถเข้าสู่สิ่งแวดล้อม น้ำ และห่วงโซ่อาหาร
จนถูกตรวจพบในอาหารและเครื่องดื่มหลายประเภท
เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
แต่ก็ควรรู้ไว้
เพราะไมโครพลาสติกกำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอาหารที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
ไมโครพลาสติกคืออะไร.?
ไมโครพลาสติก
คืออนุภาคพลาสติกขนาดเล็กมาก โดยทั่วไปมีขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร
ส่วนอนุภาคที่เล็กลงไปอีกเรียกว่า นาโนพลาสติก
ซึ่งมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
อนุภาคเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากพลาสติกชิ้นใหญ่ที่แตกตัวและเสื่อมสภาพจากแสงแดด
ความร้อน การเสียดสี และสิ่งแวดล้อม เมื่อมีขนาดเล็กลงก็สามารถกระจายอยู่ในดิน น้ำ
และอากาศได้ง่ายขึ้น
แล้วมันเข้ามาอยู่ในอาหารได้อย่างไร..?
เมื่อไมโครพลาสติกกระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อม
ก็มีโอกาสเข้าสู่ระบบอาหารตั้งแต่ต้นทาง เช่น แหล่งน้ำ ทะเล พื้นที่เพาะปลูก
หรือกระบวนการผลิต
มีรายงานการตรวจพบไมโครพลาสติกในอาหารและเครื่องดื่มหลายประเภท
เช่น อาหารทะเล เกลือ น้ำดื่ม น้ำผึ้ง ผัก เนื้อสัตว์ และเครื่องดื่มบางชนิด
นอกจากนี้
มนุษย์ไม่ได้สัมผัสไมโครพลาสติกผ่านอาหารเพียงอย่างเดียว
เพราะอนุภาคขนาดเล็กยังพบในอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้อีกด้วย
พลาสติกบรรจุอาหารเป็นต้นเหตุทั้งหมดหรือไม่..?
คำตอบคือ ไม่ควรเหมารวม
อาหารสามารถสัมผัสไมโครพลาสติกได้จากหลายแหล่ง
ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมไปจนถึงขั้นตอนก่อนมาถึงมือผู้บริโภค
และปัจจุบันยังมีช่องว่างทางวิทยาศาสตร์อีกมากในการประเมินว่าแต่ละแหล่งมีส่วนต่อการได้รับไมโครพลาสติกมากน้อยเพียงใด
ดังนั้น การเห็นอาหารบรรจุในพลาสติก
ไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นมีไมโครพลาสติกในระดับที่เป็นอันตรายเสมอไป
แล้วไมโครพลาสติกอันตรายต่อร่างกายแค่ไหน..?
นี่คือจุดสำคัญที่ควรแยกระหว่าง
สิ่งที่ตรวจพบ กับ สิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นอันตราย
ปัจจุบันมีการตรวจพบอนุภาคพลาสติกในตัวอย่างจากร่างกายมนุษย์หลายชนิด
และงานวิจัยในห้องทดลองทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการอักเสบ
ความเครียดออกซิเดชัน และผลของอนุภาคขนาดเล็กมากต่อเซลล์
แต่หลักฐานในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด
และยังไม่สามารถสรุปได้ว่า
ปริมาณไมโครพลาสติกที่พบในอาหารทั่วไปทำให้เกิดโรคใดโรคหนึ่งโดยตรง
สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามหาคำตอบคือ
เราได้รับมากแค่ไหน อนุภาคขนาดใดสามารถเข้าสู่ร่างกายได้
และการได้รับสะสมในระยะยาวมีความหมายต่อสุขภาพอย่างไร
ถ้าอย่างนั้น เราควรทำอย่างไร.?
ไม่จำเป็นต้องกลัวอาหารทุกอย่างที่สัมผัสพลาสติก
แต่สามารถลดการสัมผัสที่ไม่จำเป็นได้ด้วยพฤติกรรมง่ายๆ
- เลือกภาชนะสำหรับอาหารให้เหมาะกับการใช้งาน โดยเฉพาะอาหารร้อน
- หลีกเลี่ยงการนำภาชนะพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับความร้อนไปอุ่นอาหาร
- ไม่ควรนำบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวกลับมาใช้ซ้ำผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะเมื่อภาชนะเสื่อม แตก หรือเป็นรอยมาก
- ใช้แก้ว สเตนเลส หรือภาชนะที่เหมาะสมกับอาหารและอุณหภูมิเมื่อสะดวก
- ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพราะการลดขยะพลาสติกช่วยลดต้นทางของมลพิษพลาสติกในสิ่งแวดล้อม
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความกลัว
วิทยาศาสตร์เรื่องไมโครพลาสติกกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
และยังมีคำถามอีกมากที่ต้องการคำตอบ
การดูแลตัวเองในวันนี้จึงไม่ใช่การพยายามหลีกเลี่ยงพลาสติกให้ได้ 100%
แต่คือการลดการสัมผัสที่ไม่จำเป็น ใช้ภาชนะให้ถูกประเภท ลดขยะพลาสติก
และติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่เล็กจนมองไม่เห็น อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอาหารที่อยู่รอบตัวมากขึ้น
