ไม่ปวดหัว ไม่เวียนหัว ไม่ได้แปลว่า ความดันปกติ
สิ่งที่น่ากลัวของความดันโลหิตสูง คือ
หลายคนใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำงานได้ กินได้ นอนได้ และแทบไม่รู้สึกผิดปกติอะไรเลย
แต่ในขณะที่เราไม่รู้สึกอะไร
ความดันที่สูงต่อเนื่องอาจกำลังสร้างความเสียหายให้หลอดเลือด หัวใจ สมอง ไต
และดวงตาทีละน้อย นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมความดันโลหิตสูงจึงมักถูกเรียกว่า ภัยเงียบ
ความดันโลหิตสูง คืออะไร..?
ความดันโลหิต คือ
แรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดขณะที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย
เวลาวัดความดัน เราจะเห็นตัวเลข 2 ค่า เช่น 120/80 mmHg
- ตัวบน คือ ความดันขณะที่หัวใจบีบตัว
- ตัวล่าง คือ ความดันขณะที่หัวใจคลายตัว
หากความดันสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง หลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ
จะต้องรับแรงดันมากขึ้นเป็นเวลานาน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายในระยะยาว
ที่สำคัญ การวินิจฉัยความดันสูงไม่ควรดูจากการวัดเพียงครั้งเดียว
เพราะความเครียด การพักผ่อน คาเฟอีน การออกกำลังกาย หรือวิธีวัด ล้วนทำให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้
ทำไม..? ความดันสูงถึงไม่มีอาการ
หลายคนเข้าใจว่า ถ้าความดันสูงต้องปวดหัว มึนหัว ใจสั่น
หรือหน้ามืด
ความจริงคือ คนที่มีความดันสูงจำนวนมากไม่มีอาการชัดเจน
โดยเฉพาะในระยะแรกร่างกายอาจปรับตัวกับความดันที่ค่อยๆ สูงขึ้น
ทำให้เรายังรู้สึกปกติ ดังนั้นการรอให้มีอาการแล้วค่อยตรวจ
อาจทำให้พบปัญหาช้ากว่าที่ควร
ความดันสูง ทำร้ายหัวใจอย่างไร..?
เมื่อแรงดันในหลอดเลือดสูง หัวใจต้องออกแรงสูบฉีดเลือดมากขึ้น
หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อหัวใจอาจหนาตัว หัวใจทำงานหนักขึ้น
และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะหัวใจล้มเหลว
สมองก็ได้รับผลกระทบ
ความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง
เพราะหลอดเลือดที่ได้รับแรงดันสูงเป็นเวลานานอาจเกิดความเสียหาย ตีบ อุดตัน
หรือแตกได้ บางคนจึงไม่เคยมีอาการเตือนจากความดันสูงมาก่อน
แต่กลับมาพบแพทย์ครั้งแรกด้วยอาการของ Stroke เช่น หน้าเบี้ยว
แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือทรงตัวผิดปกติ
ไตก็เสี่ยงเสียหายแบบเงียบๆ
ไตมีหลอดเลือดขนาดเล็กจำนวนมาก
ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด เมื่อความดันสูงต่อเนื่องหลอดเลือดเล็กๆ ภายในไตอาจเสียหาย
ประสิทธิภาพในการกรองลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง ในทางกลับกัน
เมื่อไตทำงานผิดปกติ ก็อาจทำให้ควบคุมความดันได้ยากขึ้นเช่นกัน
ดวงตาก็ไม่ควรมองข้าม
หลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณจอประสาทตาสามารถได้รับผลกระทบจากความดันสูงได้เช่นกัน หากรุนแรงหรือเป็นมานาน
อาจเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดจอประสาทตาและส่งผลต่อการมองเห็นได้
ใครบ้างที่ควรใส่ใจเรื่องความดันเป็นพิเศษ
คนที่อายุมากขึ้น มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน
กินอาหารเค็มเป็นประจำ ไม่ค่อยออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก
มีความเครียดเรื้อรัง นอนหลับไม่เพียงพอ รวมถึงผู้ที่มีเบาหวาน
ไขมันในเลือดผิดปกติ โรคไต หรือมีประวัติครอบครัวเป็นความดันสูง
ควรติดตามความดันอย่างสม่ำเสมอ แต่ถึงไม่มีปัจจัยเหล่านี้
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเกิดความดันสูง
อย่ารอให้มีอาการ แล้วค่อยวัดความดัน
สิ่งสำคัญคือ การตรวจความดันเป็นระยะ
โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีปัจจัยเสี่ยง หากวัดที่บ้าน
ควรพักให้นิ่งก่อนวัดประมาณ 5 นาที นั่งหลังพิงพนัก วางเท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
วางแขนให้อยู่ระดับหัวใจ และเลือกผ้าพันแขนที่มีขนาดเหมาะสม
หากพบว่าความดันสูงบ่อยๆ ควรจดค่าความดันไว้และนำไปปรึกษาแพทย์ ไม่ควรหยุดยา ลดยา
หรือเพิ่มยาเอง
การดูแลความดัน ไม่ได้มีแค่เรื่องยา
การลดอาหารเค็มและอาหารแปรรูป
เพิ่มผักผลไม้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
นอนหลับให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ล้วนมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
การเลือกอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น
งาดำ ถั่ว เมล็ดพืช ผักและผลไม้หลากสี ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพ
หากวัดความดันได้สูงมากร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง
หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด สับสน การมองเห็นผิดปกติ หรืออาการรุนแรงอื่นๆ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
เพราะความดันสูงที่น่ากลัวที่สุด
อาจไม่ใช่วันที่เรารู้สึกป่วย
แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่เรายังรู้สึกปกติ จนคิดว่าไม่จำเป็นต้องตรวจ
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
