โรคหลอดเลือดสมองมาแบบไม่มีสัญญาณจริงหรือ.?
หรือจริงๆ แล้ว…ร่างกายกำลังเตือนคุณอยู่ แต่คุณมองข้ามมันไป
หลายคนเชื่อว่าโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ไม่มีสัญญาณล่วงหน้า
แต่ความจริงแล้ว ในหลายกรณี
ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมาก่อน เพียงแต่มันอาจดูเล็กน้อยจนถูกมองข้าม
สัญญาณเตือนที่หลายคนไม่ทันสังเกต
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราว แล้วหายไปเอง
จนทำให้เข้าใจผิดว่าไม่เป็นอะไร
- ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกของร่างกาย
เช่น แขนขาข้างหนึ่งไม่มีแรง ยกไม่ขึ้น หรือรู้สึกชาผิดปกติ - พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง คิดคำไม่ออก
บางคนพูดติดขัด หรือฟังคนอื่นไม่เข้าใจ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นปกติ - ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมืดไปข้างหนึ่ง
สายตาเปลี่ยนแบบฉับพลัน เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม - เวียนหัว เดินเซ เสียการทรงตัว
รู้สึกเหมือนจะล้ม ทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคเกี่ยวกับหู - ปวดหัวรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
โดยเฉพาะถ้ามาแบบทันทีทันใด อาจเป็นสัญญาณอันตราย
ทำไมอาการถึงหายไปเอง
อาการบางอย่างที่เกิดขึ้นชั่วคราว เรียกว่า TIA หรือภาวะหลอดเลือดสมองตีบชั่วคราว
ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าแค่พักก็หาย แต่จริงๆ แล้วมันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้า
และสถิติพบว่า คนที่เคยมีอาการแบบนี้ มีโอกาสเป็น Stroke จริงในอนาคตสูงขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่คุณอาจมีโดยไม่รู้ตัว
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- เบาหวาน
- สูบบุหรี่
- พักผ่อนน้อย เครียดสะสม
- อายุที่มากขึ้น
สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ทำให้หลอดเลือดเสื่อม โดยที่คุณไม่รู้ตัว
วิธีลดความเสี่ยง เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
การดูแลหลอดเลือด ไม่ใช่เรื่องของคนแก่ แต่เป็นเรื่องของทุกคน
- ควบคุมอาหาร ลดไขมันทรานส์ ของทอด ของมัน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- นอนหลับให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพประจำปี
- เลือกสารอาหารที่ช่วยดูแลหลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือด
โรคหลอดเลือดสมอง ไม่ได้มาแบบไม่มีสัญญาณเสมอไป แต่ปัญหาคือ
เรามักไม่ทันสังเกต หรือมองข้ามสัญญาณเล็กๆ เหล่านั้น
การรู้เร็ว ปรับพฤติกรรมเร็ว
อาจช่วยลดความเสี่ยงของเหตุการณ์ใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
