น้ำท่วมไม่ได้มีแค่เรื่องบ้านและทรัพย์สิน
แต่สุขภาพอาจได้รับผลกระทบโดยไม่ทันระวัง
หลายคนคิดว่าแค่น้ำลด ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ
แต่ช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด เป็นช่วงที่ต้องระวังสุขภาพเป็นพิเศษ
เพราะน้ำที่ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจปนเปื้อนเชื้อโรคจากขยะ สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย
รวมถึงสารเคมีต่างๆ ได้
ยิ่งต้องลุยน้ำเป็นเวลานาน กินอาหารที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม
หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเจ็บป่วยได้
ช่วงน้ำท่วมควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัย
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยไม่จำเป็น
น้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรก
หากมีแผลถลอกหรือแผลเปิด เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูตหรืออุปกรณ์ป้องกัน
และพยายามไม่อยู่ในน้ำนานเกินไป
หลังขึ้นจากน้ำควรรีบล้างขาและเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่
แล้วเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า
2. มีแผลเล็กแค่ไหนก็อย่าปล่อยไว้
แผลที่เท้าหรือขาอาจดูเป็นเรื่องเล็ก
แต่เมื่อสัมผัสน้ำสกปรกอาจเกิดการติดเชื้อได้ ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาด
ดูแลให้แผลสะอาดและแห้ง หากแผลเริ่มบวม แดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีไข้
ควรพบแพทย์
3. ระวังอาหารและน้ำดื่มเป็นพิเศษ
ช่วงน้ำท่วม
ระบบน้ำประปาและการเก็บรักษาอาหารอาจได้รับผลกระทบ
ควรเลือกดื่มน้ำสะอาดที่มั่นใจว่าปลอดภัย และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืน อาหารที่มีกลิ่นหรือสีผิดปกติ
รวมถึงอาหารที่แช่อยู่ในน้ำท่วม แม้บรรจุภัณฑ์ภายนอกอาจดูปกติก็ตาม
เพราะอาจมีการปนเปื้อนโดยที่เรามองไม่เห็น
4. ล้างมือบ่อยกว่าปกติ
มือเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่นำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสขยะ
และหลังทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วม
ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดให้ทั่วถึง
หากไม่มีน้ำและมือไม่ได้เปื้อนสิ่งสกปรกชัดเจน
อาจใช้เจลแอลกอฮอล์ช่วยทำความสะอาดมือได้
5. ระวังน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง
การแช่น้ำนานๆ ทำให้ผิวหนังเปื่อยและระคายเคืองง่าย
เชื้อราจึงเติบโตได้ดีขึ้น หากเริ่มมีอาการคัน ผิวลอก แดง หรือมีแผลบริเวณซอกนิ้ว
ควรรีบดูแล ไม่ควรเกาจนเกิดบาดแผล
สิ่งสำคัญคือ หลังลุยน้ำต้องล้างและเช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้ง
6. ระวังโรคที่มากับน้ำและสัตว์พาหะ
ช่วงน้ำท่วมควรระวังโรคทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย
รวมถึงโรคฉี่หนู ซึ่งเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุต่างๆ
หลังสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อน
หากหลังลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยมาก
โดยเฉพาะปวดกล้ามเนื้อน่อง ตาแดง หรือมีอาการผิดปกติ
ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมด้วย
7. อย่าลืมป้องกันยุง
หลังน้ำท่วมอาจมีภาชนะหรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง
กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรกำจัดน้ำขัง ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
ใช้มุ้งหรือผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงอย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
8. สุขภาพดีต้องเริ่มจากความปลอดภัยรอบตัว
อย่าสัมผัสปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า
หรือสายไฟในบริเวณที่มีน้ำขัง หากไม่แน่ใจว่ามีกระแสไฟหรือไม่
ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้นและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
รวมถึงระวังของมีคม เศษแก้ว ตะปู งู ตะขาบ
และสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำเข้ามาอยู่บริเวณบ้าน
9. อย่ามองข้ามการพักผ่อนและสุขภาพใจ
น้ำท่วมสร้างทั้งความเหนื่อยล้า ความเครียด และความกังวล
การนอนน้อยติดต่อกันยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและรับมือกับความเครียดได้ยากขึ้น
พยายามรับประทานอาหารให้ครบมื้อ ดื่มน้ำเพียงพอ
พักผ่อนเมื่อมีโอกาส และแบ่งหน้าที่กันในครอบครัว ไม่ควรฝืนทำทุกอย่างเพียงคนเดียว
ที่สำคัญ
หากมีไข้สูงต่อเนื่อง หายใจลำบาก อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง ซึมลง
ปัสสาวะน้อยผิดปกติ แผลบวมแดงลุกลาม หรือมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสน้ำท่วม
ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเองนานเกินไป
ช่วงน้ำท่วม เราอาจควบคุมสถานการณ์รอบตัวไม่ได้ทั้งหมด แต่เราลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ ด้วยการกินอาหารและน้ำที่สะอาด รักษาสุขอนามัย ป้องกันบาดแผล และสังเกตความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
