อย่ารอให้ร่างกายเจ็บ…แล้วค่อยหันมาดูแลตัวเอง เพราะการอักเสบที่น่ากลัวที่สุด
อาจเป็นการอักเสบที่คุณไม่รู้สึกอะไรเลย
และถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นเรื้อรังนานๆ
มันอาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความผิดปกติของเซลล์และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้
การอักเสบเรื้อรังคืออะไร..?
หลายคนเข้าใจว่า การอักเสบต้องมีอาการบวม แดง ร้อน
หรือเจ็บเสมอ แต่จริงๆ แล้ว การอักเสบมีทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง
การอักเสบเฉียบพลัน
เกิดขึ้นช่วงสั้นๆ เช่น เวลาเป็นแผล ติดเชื้อ
หรือได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะส่งระบบภูมิคุ้มกันเข้ามาจัดการและซ่อมแซมความเสียหาย
การอักเสบเรื้อรัง
แตกต่างออกไป
เพราะกระบวนการอักเสบสามารถดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน
จนกลายเป็นภาวะที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อและเซลล์โดยไม่จำเป็นต้องมีอาการชัดเจน
แล้วเกี่ยวอะไรกับมะเร็ง
เมื่อเนื้อเยื่ออยู่ในภาวะอักเสบเป็นเวลานาน
ร่างกายจะมีการสร้างสารสื่อการอักเสบและเกิดกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ซ้ำๆ
เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มโอกาสให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์และสารพันธุกรรม
หรือ DNA
ได้
หากเซลล์ที่ผิดปกติไม่ถูกควบคุมอย่างเหมาะสม
และเกิดความผิดปกติสะสมมากขึ้น
ก็อาจมีส่วนสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดและการเติบโตของมะเร็งบางชนิด
แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจ
การอักเสบเรื้อรัง ≠ เป็นมะเร็ง
และไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีการอักเสบเรื้อรังจะต้องเป็นมะเร็ง
มะเร็งเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม อายุ
การติดเชื้อบางชนิด การสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ น้ำหนักเกิน อาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิต
และปัจจัยแวดล้อม
ตัวอย่างภาวะที่เกี่ยวข้อง
- การติดเชื้อ Helicobacter pylori เรื้อรัง → เกี่ยวข้องกับการอักเสบของกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง → ทำให้เกิดการอักเสบและความเสียหายของตับ และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังบางชนิด → มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
- การสูบบุหรี่ → ทำให้เนื้อเยื่อได้รับสารพิษและการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด
แล้วเราจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงได้อย่างไร..?
ไม่ต้องรอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนก่อน
- กินผักและผลไม้ให้หลากหลาย
- เลือกอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- นอนให้เพียงพอ
- ไม่สูบบุหรี่
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งตามช่วงวัยและความเสี่ยง
- และอีกหนึ่งกลุ่มอาหารที่น่าสนใจคือเมล็ดพืชอย่าง งาดำ
งาดำมีสารประกอบตามธรรมชาติ เช่น เซซามิน เซซาโมลิน
และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด
ซึ่งสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุลได้
เพราะการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่คือการลดปัจจัยเสี่ยงและดูแลร่างกายอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้
👉 ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ :-
